วิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ จากอดีตถึงปัจจุบัน
วิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ (AI): การเดินทางจากอดีตสู่จุดเปลี่ยนแห่งอนาคตปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์จากกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษโดยมีปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ พลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ความก้าวหน้าของอัลกอริทึมที่ซับซ้อน และการระเบิดของข้อมูลที่เชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกัน องค์ประกอบทั้งสามนี้ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานของ AI ในอดีต แต่ยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้ AI กลายเป็นเทคโนโลยีที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบันและอนาคต
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาขึ้นจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการ
- การเพิ่มขึ้นของความสามารถในการประมวลผล
- การพัฒนาของอัลกอริทึม
- การเพิ่มขึ้นของข้อมูลดิจิทัล
การพัฒนาด้านการประมวลผล
- ปี 1965 เริ่มต้นจากกฎของมูร์ ที่ทำนายการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพชิป
- ปี 1997 IBM Deep Blue ชนะการแข่งหมากรุกระดับโลก
- ปี 2002 Amazon เริ่มให้บริการคลาวด์
- ปี 2023 NVIDIA และ Google พัฒนาชิปเฉพาะสำหรับ AI
การพัฒนาด้านอัลกอริทึม
- ปี 1805 วางรากฐาน Machine Learning
- ปี 1989 เริ่มพัฒนาระบบจดจำภาพ
- ปี 2018 Google พัฒนา BERT สำหรับประมวลผลภาษา
การพัฒนาด้านข้อมูล
- ปี 1991 เริ่มยุคอินเทอร์เน็ต
- ปี 2005 เกิด YouTube และผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 1 พันล้านคน
- ปี 2022 เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูลและผลกระทบทางสังคม
ยุค GenAI (2017-ปัจจุบัน)
- ปี 2017 AlphaZero แสดงความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
- ปี 2020 เปิดตัว ChatGPT รุ่น 3
- ปี 2023 Google เปิดตัว Gemini ที่ทำงานได้หลายรูปแบบ
- ปี 2024 AI เริ่มใช้งานจริงในหลายอุตสาหกรรม
ผลกระทบต่ออนาคต
- เปลี่ยนแปลงวิถีการทำงาน
- สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่
- ส่งผลต่อสังคมและวัฒนธรรม
- เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม
การเปรียบเทียบ AI สามประเภท

ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AI)
- เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบความฉลาดของมนุษย์ในการวิเคราะห์และตัดสินใจ
- ทำงานตามกฎที่กำหนด และต้องการคำสั่งจากมนุษย์
- ตัวอย่าง: ระบบวิเคราะห์การตลาด แชตบอตตอบคำถามลูกค้า
AI สร้างสรรค์ (Generative AI)
- เป็น AI ที่สร้างเนื้อหาใหม่จากข้อมูลที่เรียนรู้
- ต้องการคำสั่งจากมนุษย์ในการสร้างผลงาน
- ตัวอย่าง: ChatGPT สร้างข้อความ, DALL-E สร้างภาพ
AI อิสระ (Agentic AI)
- เป็น AI ที่ทำงานและตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องรอคำสั่ง
- ปรับตัวตามสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมได้
- ตัวอย่าง: รถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ในโรงงาน
ความแตกต่างที่สำคัญ
- ความเป็นอิสระ
- AI ทั่วไป: ต้องการคำสั่งจากมนุษย์
- Generative AI: ต้องการคำสั่งในการสร้างผลงาน
- Agentic AI: ทำงานได้เองอย่างอิสระ
- การใช้ข้อมูล
- AI ทั่วไป: ใช้ข้อมูลตามโครงสร้างที่กำหนด
- Generative AI: ต้องการข้อมูลจำนวนมากเพื่อสร้างผลงาน
- Agentic AI: ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการตัดสินใจ
- ข้อกังวลด้านจริยธรรม
- AI ทั่วไป: ความลำเอียงและความเป็นส่วนตัว
- Generative AI: ลิขสิทธิ์และการละเมิดผลงาน
- Agentic AI: ความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดพลาด


Leave a comment